บลอควันนี้ออกแนวหลอนจิตแปลกๆนะคะ=w=
บทบาทของเรา???
มันคืออะไรกันแน่...
ให้ห้องเรียนของเรา มีนักเรียนจำนวนทั้งหมด 56 ชีวิตถ้วน
เราคืออะไรใน 56 ชีวิตนี่???
ตามความคิดของเรา...เราคือส่วนเกิน...
ส่วนเกินที่อยู่ในมุมมืดและไม่มีคนสนใจ...
บรรดาเพื่อนในกลุ่มของเรา ต่างเป็นคนที่มีบทบาทในห้องไม่มากก็น้อย...แต่อย่างน้อยทีสุดก็ยังมี...
แต่เรา...
มีอะไรบ้างที่โดดเด่น...
ฝ่ายศิล??? ฝันไปเหอะ ฝีมือห่วยแตกขนาดนี้ สู้ใครจะไปได้
แล้วเพื่อนทุกคนจะทำเหมือนว่าเราไม่ได้นั่งอยู่ตรงที่นั่งริมประตูแถวที่สองจากด้านหน้า
ทำราวกับที่ตรงนั้นมันว่างเปล่า...และปราศจากคนนั่ง
วันหนึ่งวัน...คนที่คุยกับเรา หรือทักเราก่อน นับคนได้ เลขตัวเดียวแหง
ถามว่ารู้สึกอะไรมั๊ย...ไม่ฟ่ะ...
ไม่คุยก็ไม่คุยดิ ส่วนเกินก็ส่วนเกิน แล้วไมอ่ะ ไม่ชอบขี้หน้ากรุ เมิงก็ไม่ต้องมาพูดกะกรุ จบ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องกัน น่ารำคาญ
บางครั้งเราก็รักการทำอะไรคนเดียว เพราะมันตามใจเราคนเดียว ไม่ต้องมานั่งแคร์ทุกๆอย่างรอบๆตัว
พูดอย่างนี้เหมือนคนสันโดษชอบกล...
แต่เราก็ใช่ว่าจะชอบซักทีเดียวเวลาทำอะไรคนเดียวนะ...
เราก็ยังอยากมีเพื่อนกลุ่มเล็กๆ...
ที่ร่วมสนุกสนานเฮฮา บ้าบอ ปัญญาอ่อน ติงต๊องผมสประสาทได้...
กลุ่มเพื่อยเราตอนนี้ไง ^ ^
ครบเซตเลย กรั่กๆๆๆๆๆ (ผัวะ โดนเพื่อนทั้งสี่เหยียบจมธรณี)
อ่า...เข้าเรื่องต่อ
เราเคยพูดเรื่องนี้กับแม่ แม่เราก็หัวเราะ...หัวเราะลั่นเลย
เราก็งงแล้วถามแม่ว่า หัวเราะทำไม
แม่ก็หันมายิ้มให้ แล้วก็ตอบเราว่า
ทุกคนไม่ได้ตัดจอยออก แต่จอยเองนั่นแหละ ที่ตัดตัวเองออกจากคนอื่นก่อน
เราก็อึ้ง...เราไปทำอะไรให้ใครตอนไหนไม่ทราบฟระ...
แม่เราเห็นเรางง ก็เลยบอกว่า
ตอนม.1 มีเรื่องที่ทำให้จอยเอือมหน้าเพื่อนในห้องหนักๆอยู่เรื่องนึงไม่ใช่หรอ??
คราวนี้ คำพูดนี้ทำเอาเราสะอึกไปเลย
แล้วแม่ก็พูดต่อ ตอนนั้นนั่นแหละ ที่เธอเริ่มเงียบ เริ่มออกห่างจากกลุ่มเพื่อนในห้อง เริ่มปลีกตัวออกมา
เราก็เลยโต้ไปว่า ก็ใครจะอยากไปฟังเรื่องปัญญาอ่อนงี่เง่าพรรค์นั้นกันล่ะ
แม่เราก็เลยหัวเราะอีกรอบแล้วลูบหัวเราเป็นเด็กๆเลย แล้วก็บอกเราว่า
นั่นแหละ ที่เรียกว่า ตัดตัวเองออกจากผู้อื่น
เราก็อ้าปากเตรียมตัวเถียง ตามประสาเด็กดื้อ...
แต่แม่เราก็ยกมือห้ามก่อน แล้วก็ว่าต่อ
จอยกันเพื่อนคนอื่นออกจากตัวเองอย่างเห็นได้ชัด จอยไม่ยอมเสวนากับเพื่อนคนอื่นๆ จะคบก็แค่กลุ่มเพื่อนเล็กๆเท่านั้น เพื่อนๆคนอื่นก็เลยพาลไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับจอยเท่าไหร่
คราวนี้เราก็เงียบอีก แลวก็ออกปากโต้
ก็ที่พวกนั้นไม่อยากยุ่งกับนู๋ ก็เพราะช่วงนั้นนู๋วีนแตกใส่คนในห้องหลายรอบมาก เรื่องนั้นน่ะ
เราพูดด้วยความอารมณ์เสียสุดๆ แต่แม่กลับหัวเราะร่าราวกับเป็นเรื่องตลก
แล้วก็กล่าวต่อไปว่า มนุษย์คือสัตว์สังคม จอยเองนั่นแหละ ที่วิงออกมาจากสังคมนั้น...แต่...มนุษย์ไม่มีทางหนีพ้นจากสังคมได้หรอก ยิ่งหนี ก็ยิ่งจะวิ่งเข้าสู่กำแพงอันสูงใหญ่ และยิ่งกลายเป็นตัวประหลาดสำหรับคนอื่น
เราก็เงียบ
จอยต้องหาจุดยืนของตัวเองให้ได้ และยึดจุดยืนนั้นให้ได้ วันนั้นแหละ คือวันที่จอยจะเป็นที่ยอมรับ ไม่ใช่เอาแต่วิ่งหนีคนอืนอย่างนี้
แล้วเราก็เลยเงียบ ส่วนแม่ก็ยิ้มให้ แล้วก็เดินไปทำงานต่อ
ปล่อยให้เราจมกับความคิดของเรา
จุดยืน???
หึหึ...คนอย่างเรา จะไปมีมันได้อย่างไร...
ก็แค่คนขี้ขลาดที่ได้แต่วิ่งหนีเท่านั้นล่ะ...
+++จบ+++
กรั่กๆ เราบ่นอะไรเนี่ย ขอบอกกรุณาใช้วิจารณญานในการอ่านว่าเรื่องนี้มันจริงรึเปล่า