ความเฟลเริ่มปลิวหายไปกับสายลมแห่งกำลังใจ...
ช่วงนี้รู้สึกเบลอมากอะไรก็จำไม่ค่อยได้แถมเหม่อบ่อยกว่าแต่ก่อนอีก= =
อ่ามีเรื่องสั้นๆมาแปะ แต่งไว้สองสามวันแล้วแหละ มีความรู้สึกว่าสำนวนมันเน่าลง ซิกๆ TT TT"
ชื่อ first meeting [ชื่อเหมือนฟิคท่านเจ๊เรยอ้ะ=[]=!]
แรงบันดาลใจจากพี่สาวที่นั่งแต่งฟิคอยู่ข้างๆ
ดวงจันทราแลดาราอันสุกสกาวลอยเด่นเป็นสง่าอยู่กลางท้องนภาอันกว้างใหญ่และทอแสงสีเงินอาบผืนป่าอันกว้างใหญ่ไปพร้อมกับการทาทาบเงาลงบนผืนวารีอันนิ่งสงบ
ดวงตาสีดำสนิทหม่นหมองราวกับถ่านทอดมองไปยังพื้นน้ำอันนิ่งสงบเบื้องหน้า เส้นผมสีเงินสลวยราวกับเส้นไหมชั้นเลิศปลิวไปตามสายลมยามรัตติกาลซึ่งหอบเอากลิ่นไอแห่งพฤกษาชาติมาโอบอุ้มร่างบางของหญิงสาวไว้
มือเรียวเล็กยกขึ้นสัมผัสกับผิวน้ำอย่างแผ่วเบา ความเยียบเย็นแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกายของหญิงสาว สัมผัสที่ลื่นไหลโลมเลียไปทั่วนิ้วมือทั้งห้าอย่างช้าๆ
ความคิดและสติล่องลอยคล้อยตามไปกับบรรยากาศแห่งป่าดงพงไพร เสียงแผ่วเบาของเหล่าสรรพสัตว์ในป่าใหญ่แว่วผ่านโสตประสาทไปช้าๆหมอกเมฆที่บางเบาเริ่มโรยตัวลงทั่วบริเวณและบดบังเอาวิสัยทัศน์ออกจากสายตาของหญิงสาว กลิ่มหอมแห่งบุบผานานาพรรณไหลผ่านจมูกของหญิงสาวโดยที่เจ้าตัวมิได้สนใจ
พลันลำนำอันไพเราะก็ดังกังวานก้องแทรกผสมไปกับอณูของอากาศธาตุไหลผ่านใบหูเรียวของหญิงสาวดึงเอาความสนใจของนางไปจนหมดสิ้น
เสียงดนตรีอันประกอบด้วยท่วงทำนองที่ราวกับมีนางอัปสรออกมาร่ายรำคลอเคลียไปตามจังหวะ โน้ตดนตรีอันกังวานสดใสราวกับหยาดน้ำค้างยามอรุณรุ่งทิ้งตัวลงไปยังพื้นธรณีเป็นเสียงเพลง ความรู้สึกเศร้าหมองหมุนวนไปกับตัวโน้ตพร้อมกับรอยยิ้มที่หมุนวนไปกับท่วงทำนอง
ดวงตาสีดำของหญิงสาวกวาดหาต้นกำเนิดของเสียงเพลงนั้นอย่างรวดเร็ว พลันสายตาของนางก็ไปสะดุดกับร่างระหงส์ของหญิงสาวอีกนางหนึ่งที่ซึ่งมิอาจจะมีใครทราบได้ว่านางมานั่งอยู่ที่โขดหินกลางสายน้ำนี้ตั้งแต่เมื่อใด
ดวงหน้าหวานประหนึ่งหยาดน้ำผึ้งอันบริสุทธิ์และดวงแก้มสีระเรื่อสวย ดวงเนตรสีฟ้าประกายแสงอ่อนรับเข้ากับเรือนผมยาวสยายสีน้ำเงินเข้มดั่งท้องฟ้าในยามนี้ แพรผ้าสีขาวบางปลิวไสวดึงดูดสายตาห่อหุ้มร่างบางเอาไว้ นิ้วมือเรียวยาวกรีดกรายลงบนพิณสีเงิน สร้างท่วงทำนองอันน่าหลงไหลให้ดังกังวานสะท้อนพื้นวารีเบื้องล่าง ริมฝีปากสีชมพูจางขับเนื้อเพลงแห่งลำนำให้ขับขานยั่วยวน
หญิงสาวผมสีเงินรอจนบทเพลงนั้นจบลง พร้อมกับการกรีดพิณเป็นครั้งสุดท้ายของหญิงสาวนางนั้น เมื่อเพลงนั้นสิ้นสุดดวงตาสีฟ้าก็ค่อยๆกวาดมาหาหญิงสาวผมสีเงินอย่างช้าๆ ก่อนจะแย้มยิ้มด้วยรอยยิ้มอันสดใสราวกับดวงรวิวรรณยามเช้า ก่อนจะขยับริมฝีปากและเปล่งเสียงอันประกอบด้วยทำนองอันนุ่มนวลชวนฟัง
นี่คือบทเพลงที่ข้าจะขอมอบให้ท่าน...นามของลำนำนี้คือ รอยยิ้มแห่งโศกา
ปากก็บอกว่าเฟลจนจะเลิกวาดรูป...แต่เอาเข้าจริงก็คว้าดินสอมาเขี่ยนจนได้มารูปนึงอ่ะนะ...เหอๆ...
ความเน่ากระแทกเข้าตา ความโชแผ่กระจาย กลิ่นอายแห่งเคะลอยคละคลุ้ง...
อยากตะโกนจังเลยว่า...
ตรูวาดผู้ชายไม่เป็นว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยส์!!!!!!!
เอาเหอะ...สู้ต่อไปอีจอยไฟต์!!!!!!!!!!!! [เข้าขั้นบ้าอีกแล้ว]
...ไปดีก่า...
edit @ 2005/08/25 21:53:24
