หากใครเห็นชื่อเอ็มเราในช่วงนี้...คงจะอ่านได้ใจความว่า
"เดี๋ยวนี้เขาเปลี่ยนจากฮิตโรงเรียนเวทมนต์ไปเป็นนางเอกปลอมเป็นชายแล้วไปวาย เอ้ย! รักกับพระเอกแล้วหรอ?"
ที่มาของข้าความนี้คงจะเป็นความช่างสังเกตแบบไร้สาระของเราเองนั่นแหละ
เนื่องว่า ถ้าหากใครเคยสังเกต...จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่พลอตนิยายแนวโรงเรียนเวทมนต์ มีการสอบเข้า การคัดหอ ซื้อของเตรียมตัวไปเรียน ดูจะมาแรงเป็นพิเศษ เอาง่ายๆว่า...ถ้าเปิดเข้าเวปเด็กดีหมวดแฟนตาซีเป็นต้องเห็นซักเรื่อง
กระแสนี้ดูจะมาแรงจากนิยายแปลที่ทุกๆคนกำลังรอคอยบทสรุปอยู่ทุกวันนี้...แฮรี่ พอตเตอร์...
ตามความเห็นของเรา...คือ...เห็นนิยายแนวนี้แต่งแล้วสนุกเลยแต่งแนวนี้บ้าง...มันเลยมีนิยายสไตล์นี้ออกมาเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองทั่วไปจนเราเองแค่มองผ่านๆ...โรงเรียนเวทมนต์...ขอไม่แตะก่อนเลยแล้วกัน...
แต่ถ้าเป็นพลอตแนวนี้ แต่มีการฉีกแนวออกไปได้อย่างสวยหรูพร้อมทั้งสำนวนภาษาและตัวละครที่เป็นตัวของตัวคนเขียนเองแล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่สนุกไปเสียทีเดียว ในที่นี้เราก็ต้องขอแนะนำหนังสือเรื่อง...หัวขโมยแห่งบารามอส...
ความจริงเราเป็นคนอ่านนิยายที่ค่อนข้างจะเน้นภาษาเป็นส่วนใหญ่ เพราะถ้าอ่านได้ลื่นไหลพลอตจะห่วยก็ค่อยว่ากันอีกที
แต่ถ้าหากพลอตมันจะซ้ำๆกันไปจนเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองมันก็เห็นแล้วเอียนจนไม่อยากจะมองนั่นแหละ...
แต่กระแสนี้ดูจะจางลงตามลำดับ...
[ถึงจะไม่จางมาก แต่เราก็ยอมรับว่ารู้สึกยินดีมากที่แหวกแนวไปแต่งอย่างอื่นซะบ้าง...]
ปัจจุบันกระแสใหม่ที่เรารู้สึกเหมือนว่าจะมาแรง...คือ...พลอตนางเอกปลอมเป็นชายแล้วไปวาย เอ้ย! รักกับพระเอก
ถามว่า...ทำไมต้องไปวาย...ก็แหงดิ ก็ส่วนใหญ่สไตล์นี้พระเอกมักรักนางเอกทั้งๆที่ยังเห็นว่านางเอกเป็นชาย แล้วมักสรุปเร็จสรรพว่าตัวเองวิปริต...
[แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมพระเอกมันโง่จังฟระ]
ส่วนนางเอกก็จะรักจะชอบพระเอกโดยไม่รู้ตัว เพราะส่วนใหญ่นางเอกแนวนี้จะออกแนวห้าวๆ เป็นเพื่อนร่วมรบเสียละมากกว่า...
เราไม่รู้ว่าพลอตนี้ไปฮิตมาจากกระแสไหนกันแน่...
[ใครรู้ช่วยบอกด้วยนี่เราอยากรู้เรื่องนี้อย่างจริงจังนะเนี่ย...]
เรารู้แต่มันก็เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองไม่แพ้แบบแรก...
แต่อันนี้จะออกแนวแฟนตาซีเลิฟสตอรี่ซะมากกว่าเป็นส่วนใหญ่...
ถามว่าเราชอบพลอตแบบนี้ไหม...
ตอบ...ไม่ได้มากไม่ได้น้อยไปกว่าแบบแรกเลย[ว่ะ]...
แต่ถ้าแต่งดี [อย่างที่บอกไว้ข้างบนว่าเราอ่านนิยายเน้นภาษา] มันก็ดี สนุกดี อาจจะเพราะเราชอบวายด้วยล่ะมั้ง
[เหตุผลหลังย้อนกลับมาอ่านแล้วไม่ค่อยรู้สึกโสภาตัวเอง="=]
ถ้าเป็นแนวนี้เราก็มีหนังสือจะแนะนำอยู่2เรื่องคือ...วุ่นจริง เจ้าหญิง เจ้าชาย...กับ...รักต้องห้าม...
[ไว้ว่างๆก็อยากจะรีวิวหนังสือที่แนะนำไปเหมือนกันแฮะ]
ตามความคิดเราหนังสือ2เล่มนี้คือหนังสือที่เข้ากับพลอตที่เรากำลังพูดอยู่เป็นอย่างยิ่ง และยังแต่งดีด้วย[อันหลังนี่เหตุผลหลัก]
โดยปกติพลอตแนวนี้จะมีอีเวนท์เรียกระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้สูงขึ้นไม่มากก็ต้องน้อย แต่เราก็ไม่ได้'รังเกียจ'หรอกนะแค่...'ไม่ชอบเท่าไหร่'เท่านั้นเอง แต่หนังสือ2เรื่องที่เราแนะนำเอาไว้เรามีความรู้สึกว่า อ่านแล้วไม่ใช้ฟีลว่าน้ำเน่า อ่านไปก็เพลินดีนั่นแหละ
เราเริ่มมีความรู้สึกมากขึ้นมากระแสของพลอตสไตล์นี้พุ่งขึ้นมาก จนเราเริ่มจะเอียน...
[หนังสือบางเล่มเราอาจจะยอมรับได้เกือบเต็มปากเลยว่าซื้อเพราะปก แต่ทำไมไม่รู้ พักนี้ถึงได้เจอกับพลอตสไตล์นี้เยอะมาก="=]
ที่นั่งเขียนมาตั้งนานจนคนอ่านก็คงเริ่มเบื่อเนี่ย...เราอยากจะถามจริงๆนะ...ว่าทำไมคนบางคนชอบแต่งนิยายตามสมัยนิยม
อันนี้เราเข้าใจในระดับหนึ่งว่า อารมณ์มันคล้ายๆเราเห็นเราอ่านแล้วมันประทับใจ เลยไปจิ้นพลอตคล้ายๆแบบนี้ขึ้นมา เพราะประทับใจในความคิดแปลกใหม่ของนักเขียนผู้ที่เขียนหนังสือเล่มนั้นๆ
ถามว่าเราเป็นแบบข้างบนไหม...
ตอบ...เป็น...
อันนี้คือเรายอมรับ ว่าเราก็ประทับใจหนังสือหลายเรื่อง แต่ก็มีหนังสือบางเล่มที่เรายกให้เป็นหนังือในดวงใจ ถามว่านิยายของเราบางเรื่องที่มีแต่พลอตอยู่ในหัว ได้อิทธิพลจากหนังสือเล่มที่เราประทับใจไหม? ถ้าจะให้ตอบก็คงใช่
แต่เราก็ไม่ได้เฮไปตามมันทั้งหมด เรายังปรับแต่งเรื่องราวของเราให้ไปตามที่เราต้องการ เรายังคิดสิ่งอื่นๆและเพิ่มเติมลงไปในนิยายของตัวเอง
ถามว่ามันผิดไหมที่แต่งนิยายและคิดพลอตตามที่เป็นที่นิยมกัน
ตอบตรงๆว่า...ไม่ผิด...เรพาะไม่มีกฏข้อไหนบัญญัติไว้ว่าไม่ควรนำสิ่งที่ประทับใจมาเป็นแรงบันดานใจ...
แต่เราก็ใช้คำว่า"แรงบันดานใจ"เป็นได้ แต่อย่าให้ถึงขั้นว่า"ลอกเลียน"
ถามว่ามันมีสิทธิ์ไหมที่ความคิดจะซ้ำซ้อนกัน...หากย้อนเวลากลับไปซัก1ปี เราคงบอกว่าเป็นไปไม่ได้ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น
แต่ตอนนี้ เราขอยืนยันด้วยตัวเองว่ามันป็นไปได้...
เราเองไม่อยากจะไปค้นอดีตที่ไม่ค่อยน่าอภิรมณ์ของตัวเองมาเล่านัก เพราะเรื่องมันก็จบไปแล้ว เราเชื่อว่าอีกฝ่ายเข้าใจเราดี เราก็คิดว่าคงจะขอจบเรื่องไว้เพียงตรงนั้น และก็ดูจะไม่มีเหตุผลจะไปคุ้ยมันขึ้นมาเสียด้วย
ขอกลับไปสู่การเขียนพลอตตามสมัยนิยม [เริ่มออกนอกประเด็นแฮะเรา] ที่ว่าไม่ผิด แต่เราก็ไม่ได้ชอบ เพราะว่าเรามีความรู้สึกลึกๆว่า นั่นมันพลอตของเขา นั่นมันความคิดของเขา สู้เราไปคิดมาใหม่เองยังจะภูมิใจเสียกว่าที่เอาความคิดของคนอื่นมาใช้ให้มีแผลลึกๆในใจตัวเอง
ถามว่าเราเกลียดตัวเองบ้างไหมว่าที่ปล่อยให้นิยายของคนอื่นมามีอิทธิพลในเรื่องของตนเอง
ตอบ...โคตรเกลียดเลย...เราจะสมเพชตัวเองลึกๆเสมอหากเราทำเช่นนั้น
ตอนนี้ที่เรากำลังแต่งนิยาย เราเองก็ยังไม่รู้ว่าไปได้แรงบันดานใจมาจากไหน เพราะเราเองก็คิดว่าพลอตประหลาดๆของเราคงจะไม่ไปซ้ำกับใคร และเราก็คิดว่า เราแต่งนิยายแบบนี้ ต่อให้เราจะแต่งได้ห่วย แต่เราก็ได้ภูมิใจในตนเองว่าอย่างน้อยที่สุด เราก็คิดมันขึ้นมาเอง
ในที่นี้เราไม่ได้ว่าใครต่อใคร เราพูดในฐานะคนออกความคิดเห็น เราอาจจะผิด หรืออาจจะถูก เราไม่รู้ แต่เราก็แค่อยากจะเล่าถึงเรื่องที่มันค่อนข้างขัดๆกับความคิดของเรา แล้วเราก็เปิดโอกาสเสมอให้กับคนอื่นที่แสดงความคิดเห็นต่อเราในเรื่องนี้ เพราะเราเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าคิดยังไงกับเรื่องนี้?
(อ้ะ หรือว่ามันเป็นหนึ่งในโคเรี่ยนเลิฟ)